โรคกลัวคณิตศาสตร์

ฮัลเลย์แปลบทความ “ยิ่งกว่ายาขม! โจทย์เลขกระตุ้นความรู้สึกเจ็บปวดที่สมอง” จาก ScienceDaily ลง JuSci ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะโยนเกร็ดจาก Wikipedia ลงไป (สนทนาใน Facebook) ว่าความรู้สึกกลัวเลขอาจจะถูกถ่ายทอดมาจากอาจารย์ที่กลัวเลขเองก็ได้ คือเราก็ไม่ได้ไปรุ้เรื่องอะไรหรอกว่าอาจารย์บางคนกลัวเลขหรือเปล่าแต่เรารุ้จักคนที่เป็นอาจารย์เลขแต่ยอมไม่เริ่มคิดโจทย์เลข(คือโจทย์ที่ง่ายๆถ้าเริ่มคิดก็ออก) หรืออาจารย์ทำ Biophysics แต่ประกาศเลยว่าเกลียดฟิสิกส์ (ส่วนคนธรรมดาไม่ใช่อาจารย์ที่ไหน ก็รู้ๆกันอยู่ว่าพอเขารู้ว่าเราเรียนฟิสิกส์ก็จะบอกว่า “ตกฟิสิกส์ในโรงเรียน” “คุณเป็นอัจฉริยะ” ซึ่งบางทีเราก็ตอบกลับไปว่าเราก็ตกฟิสิกส์ในโรงเรียนเหมือนกัน)

แต่อะไรที่ทำให้เรามีภูมิคุ้มกันต่อความกลัวเลข? ทั้งๆที่เราตกเลขในโรงเรียนเหมือนกัน เราคิดว่าจริงๆไม่ใช่ภูมิคุ้มกันเสียด้วยซ้ำแต่เป็นเพราะเราไม่สนใจว่าอาจารย์จะเป็นยังไงมากกว่า เรียกได้ว่าคุ้นเคยกับเลขจากหนังสือพวกโดราเอมอนสอนคณิตศาสตร์ แล้วอาจารย์จะสอนยังไงก็ไม่สน แต่ทำข้อสอบได้ก็เลยไม่มีใครมองว่าเรามีปัญหา แต่คราวนี้โดราเอมอนสอนไม่ถึงระดับมัธยมปลาย ก็เลยกลายเป็นว่าพึ่งครู 100% และเมื่อไม่มีความสนใจตั้งต้นจากตัวเองแล้วก็ไปไม่รอด แต่ว่าก็ไม่ได้เกลียดวิชาคงเพราะเหตุผลเดิมคือเราไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น อาจารย์จะสอนอะไร จะตกไม่ตก พอระดับมหาวิทยาลัยเจอเรื่องที่สนใจก็เลยกลับตัวได้ เรื่องที่สนใจในที่นี้หมายความว่า “เรื่อง” (story) ที่สนใจจริงๆ เหมือนเลือกดูการ์ตูนหรืออ่านนิยาย มันจะต้องมี premise ที่ดี (เหมือนสัญญาว่าจะตอบโจทย์นี้) และ execution ที่ดี (เติมเต็มและน่าติดตาม)

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีครูคนไหนจะจุดประกายความสนใจของนักเรียนได้เพราะปัจจุบันเรามาอยู่แถวๆนี้ก็เพราะแรงบันดาลใจจากอาจารย์หลายท่าน (บางทีแค่จากคำพูดประโยคเดียวกวาดๆในคลาส ไม่ได้พูดกับเราโดยตรงด้วยซ้ำ! เช่น “กลศาสตร์ควอนตัมก็แค่ Hilbert space” ของอาจารย์บริบูรณ์) แค่หายากเท่านั้นเองถึงแม้จะมีความสนใจตั้งต้นอยุ่แล้ว

ขอพูดเรื่องที่เกี่ยวกันอีกหน่อยเพราะปีหน้าน้องหลายคนจะขึ้นมัธยมปลายแล้ว เราตกใจพอได้ยินจากเพื่อนที่เรียนด้านคณิตศาสตร์อยู่ว่าจริงๆแล้วหลักสูตรเลข ม.ปลายมีไว้เพื่อเตรียมสำหรับแคลคูลัสในระดับมหาวิทยาลัย แต่ถ้าไม่โฆษณาบอกนักเรียนตั้งแต่ม.ปลายแล้วมันก็เหมือนอ่านนิยายที่ไม่มีจุดหมายปลายทาง ไม่มีเงื่อนให้แก้ ไม่มี feedback ว่าเรากำลังเดินไปถึงไหนแล้วเทียบกับจุดหมาย ก็เลยไม่แปลกที่นักเรียนจะไม่ยอมเดินไปด้วย

ต้องเตือนน้องๆไว้ก่อนว่าคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่จะเจอในระดับมัธยมปลายต่างกับคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จริงๆมากพอสมควร โดยเฉพาะถ้าอาจารย์ไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์หรือนักคณิตศาสตร์จริงๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคงจะเป็นการเปิดรับและค้นหาสิ่งใหม่ๆด้วยตนเอง ถ้าอาจารย์ที่สอนเราไม่ได้ทำให้เราเห็นภาพรวมหรือตื่นเต้นไปกับวิชา ก็ลองพูดคุยกับอาจารย์คนอื่นหรือคนรู้จักที่น่าจะรู้เรื่องพวกนี้ดู หรือหาหนังสือภาษาอังกฤษ(ที่ไม่ใช่ตำรา)อ่าน

Advertisements

About Ninnat Dangniam

นักเรียน, นักเขียน, นักวาด
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to โรคกลัวคณิตศาสตร์

  1. vekin says:

    เราว่าของเราคงถูก condition ด้วยการสอนที่เราไม่ชอบ ครูกลัวหรือเปล่าไม่รู้ แต่เรียนแล้วไม่เห็นรู้เรื่อง มีแต่ให้ทำโจทย์
    แต่ที่นินนาทบอกว่าความกลัวของครู condition เด็กก็มีเหตุผล เรารู้อยู่แล้วว่าความกลัวมันถ่ายทอดโดยการสังเกตบุคคลรอบข้างได้อย่างกลัวหนูกลัวแมลงสาป เราว่ากลัวเลขก็คงคล้ายๆกัน แต่สัญญาณซึ่งบอกให้กลัวเลขเป็นอะไรนี่เราก็ไม่แน่ใจ

  2. Ninnat Dangniam says:

    อืม จริงๆมันก็กลับไปที่ A Mathematician’s Lament ของ Paul Lockhart ว่าถ้าจินตนาการว่าสังคมเราบังคับให้เรียนดนตรี(ให้อ่านโน๊ต เขียนโน๊ตให้ชำนาญก่อนจะเล่นดนตรี ร้องเพลงได้)เป็นวิชาหลักแทนคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ก็คงจะมีคนเกลียดดนตรีแบบนี้เหมือนกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s