Childhood Dreams

พักนี้เจอคนพูดใน Facebook ว่ายังไม่ได้เติมเต็มความฝันในวัยเด็ก ทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกสงสัยว่าเรามี”ความฝันในวัยเด็ก”ที่จะต้องเติมเต็มหรือเปล่า จากการนึกไปนึกมาเราคิดว่าคนเรามักจะมีความฝันในวัยเด็กประเภทที่ชัดเจนและจำได้ อย่างเช่นอยากไป, อยากทำ, อยากเป็นนู่นนี่ เราเคยอยากไปอียิปต์ ขุดสมบัติ ผจญมัมมี่ อยากไปเรียนสร้างเกมที่แคนาดา (เพราะเห็นข่าวโรงเรียนสอนทำเกมแห่งหนึ่งในแคนาดา) อยากอยู่ในกลุ่ม elite เหมือนพวกตัวละครเก่งๆในการ์ตูนที่ถูกเลือกให้อยู่ในทีมสุดท้ายที่ต้องไปปราบบอสใหญ่โดยแบกชะตากรรมของโลกไว้บนบ่า (ข้อควรระวังคือความอยากกับความชอบนั้นไม่เหมือนกัน อยากโดยไม่ชอบ หรือชอบโดยไม่อยากก็ได้)

แต่ถ้าตอนนี้เรายังอยากทำเรื่องพวกนั้นอยู่น่าจะเรียกได้ว่ามักน้อยไปหน่อย เพราะความฝันที่ดีที่สุดของเราคือการเจออะไรที่ดียิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่เราจินตนาการได้ และเราคิดว่าเรา(และหลายๆคน)ในปัจจุบันก็กำลังใช้ชีวิตที่ตนเองในอดีตคาดไม่ถึง(ในทางที่ดี) ถ้าเรามองย้อนกลับไปในอดีต(และตีความนิดหน่อย)อาจจะพบว่าชีวิตที่เรากำลังมีอยู่ในตอนนี้เหมาะสมกับตัวเองแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ การที่ตัวเองเลือกทำสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันอาจจะมีเค้าปรากฎใน attitude และการกระทำของเราตั้งแต่เด็กแล้วก็เป็นได้เพียงแต่ตอนเด็กเรายังไม่สามารถสื่อสารความชอบของตัวเองออกมาได้ (หมายความว่าบางทีก็ต้องให้คนอื่นมาบอกถึงจะรู้ คนอื่นอาจจะเป็นคนจริงๆ หรืออาจจะได้จากการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์, ปรัชญา ฯลฯ) ถ้าเป็นเช่นนั้นคงจะพูดได้ว่าเรากำลังใช้ชีวิตในฝันแล้ว–ฝันที่จะเป็นตัวของตัวเอง มันเป็นฝันที่ไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้าเมื่อเรายังไม่รู้จักยังไม่ค้นพบตนเอง

– ตอนเด็กๆเราสงสัยว่าเราจะเกิดมาทำไม เกิดมาแล้วก็เรียน-ทำงาน-ตาย ถ้าเราสามารถสร้างระเบิดที่ทำลายล้างมนุษยชาติได้ในชั่วพริบตาเดียวก็จะไม่มีใครต้องประสบความทุกข์อีกต่อไป

ตอนโตเราได้มีโอกาสวิปัสสนาที่สวนโมกข์พลารามทำให้เห็นว่าปัญหาชีวิต,ความทุกข์ต่างๆเราสร้างมันขึ้นมาเองทั้งนั้น การที่ชีวิตไม่มีจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ตายตัวไม่ได้ทำให้ชีวิตไม่มีความหมาย ความหมายเป็นสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นเอง (อันนี้ไม่ใช่ปรัชญาพูดขึ้นมาลอยๆเพราะเรามีความสุขมากขึ้นจริงๆ)

– ตอนเข้ามหาวิทยาลัย เราบอกว่าเราเลือกเรียนวิทยาศาสตร์เพราะต้องการอิสระทางความคิด

ตอนนี้เราพอเข้าใจแล้วว่ามันน่าจะหมายถึงอะไร มันคือการมี preference และหลักการในการคิด กล้าไปสู่ข้อสรุปของตนเองได้โดยไม่ต้องอาศัยการรับรองจากผู้อื่น (ถ้าต้องให้คนอื่นมาบอกว่าเราถูกหรือผิดตลอดเวลาคงจะทำโจทย์ที่ไม่มีเฉลยไม่ได้ :)) และในขณะเดียวกันก็รู้ว่ามันเป็นแค่ความคิด ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป (จริงๆความเชื่อที่ไม่มีวันหักล้างได้นั้นอันตราย)

– ตอนเด็กอยากจะทำของเล่น “ไม่หลอกเด็ก” และได้ทำเกม (พร้อมทั้งอนิเมชันแบบพลิกขอบกระดาษ) เพื่อให้คนได้เล่นสนุกโดยไม่ต้องเสียเงินมากมาย

ตอนนี้เล่นกับไอเดียโดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์ทำแลบ และพยายามถ่ายทอดความลึกซึ้งและตรรกะอันสวยงามของมันให้คนอื่นได้ตื่นเต้นไปด้วย

– ตอนเรียนชีววิทยามหาวิทยาลัยมหิดล เราสนใจจิต, ตรรกะ, ความซับซ้อน (complexity), ทฤษฎีข้อมูล, และทฤษฎีพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังชีววิทยาโมเลกุลและเคมี

ตอนนี้ก็ได้อยู่กับ quantum information และ foundations ไง

Advertisements

About Ninnat Dangniam

นักเรียน, นักเขียน, นักวาด
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s