“Selfish” 05/03/09

วันนี้ขอพูดสั้นๆถึงเรื่องความเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของความแตกต่างระหว่างภาษาคนกับภาษาธรรม ปกติคนมักจะคิดว่าความเห็นแก่ตัวนั้นเป็นสิ่งที่ผูกติดอยู่กับการกระทำ “ข้างนอก” คือมีบางอย่างที่ทำแล้วมีคุณภาพของความเห็นแก่ตัวและบางอย่างที่ทำแล้วเรียกว่าไม่เห็นแก่ตัว เช่น ช่วยเหลือ/ไม่ช่วยเหลือคนอื่น ปฏิเสธ/ตอบรับคำชักชวน ซึ่งเป็นความหมายที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เพราะไม่เราไม่สามารถวัดคุณภาพนี้ได้โดยไม่พึ่งบริบทของเหตุการณ์และการตัดสินของบุคคลอื่นๆ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ถึงอยากจะไม่เห็นแก่ตัว ก็ไม่รู้จะทำยังไง หรือการพยายามแสดงความไม่เห็นแก่ตัวจะทำให้เราเป็นทุกข์ เป็นกังวลได้ แล้วถ้าอย่างงั้นหากการเป็นคนดีคือเป็นคนเสียเปรียบเป็นคนมีความทุกข์แล้วจะเป็นคนดีไปทำไม?

    เหมือนคณิตศาสตร์ พุทธศาสนาก็ได้ให้ความหมายของในเชิง functional ของความเห็นแก่ตัวคือเป็นความหมายที่นำไปใช้การได้ เป็นนามสมมติที่สื่อความหมายที่มีประโยชน์ได้ หากยังไม่เคยได้ยินจากท่านอาจารย์พุทธทาส ความเห็นแก่ตัวหรือ selfish มีความหมายว่า self-ish คือ “อย่างมีตัวตน” เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับภายในของคนจึงเป็นสิ่งที่ขึ้นกับตัวเราโดยตรง ตรงนี้ทำให้เราสามารถจัดหมวดหมู่ของสภาวะจิตหลายๆอย่างที่คนมักไม่นับรวมว่าเป็นความเห็นแก่ตัวเข้ากับความเห็นแก่ตัวได้ ยกตัวอย่างเช่น โมหะ คือความหลง ซึ่งไม่ได้มีความหมายที่แคบอย่างการหลงใหลอย่างเดี่ยวแต่ยังหมายรวมถึงการหลงทางด้วย คือความรู้สึกกระวนกระวายในการตัดสินใจ เพราะในการตัดสินใจเราก็ต้องตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องมีข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจในระดับหนึ่งที่พอใจ จะรอให้รู้ทุกอย่างในโลกก่อนการตัดสินใจก็เป็นไปไม่ได้ เมื่อเรามีข้อมูลที่เพียงพอแล้ว หากเราจะตัดสินใจไม่ได้สักทีก็เพราะกลัวผลที่จะตามมา ซึ่งหมายความว่าเรากลัวว่าตัวเราจะเสียเปรียบ ของเราจะสูญหาย ซึ่งก็ตรงตามความหมายของคำว่า self-ish นั่นเอง

    วันนี้คาใจที่มีเพื่อนคนจีนสมัย AEI ที่ขาดสติปัญญามาต่อว่าและสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ(แบบผิดๆด้วย)เมื่อวานและเราไม่สามารถวางมันลงได้สักทีเพราะยังรู้สึกอยากพูดอย่างมีเหตุผลกับเขาอยู่ นี่แหละคือความเห็นแก่ตัว!

เหมือนนิทานเซนเรื่องหนึ่ง ระหว่างเดินทางพระ ก และพระ ข เจอผู้หญิงที่อยากจะข้ามโคลนไปอีกฝั่งแต่กลัวเสื้อผ้าเปรอะเปื้อน พระ ก จึงอุ้มผู้หญิงคนนั้นข้ามโคลนไป

หลังจากเหตุการณ์นั้นพักใหญ่ๆ พระ ข ก็ถามพระ ก

พระ ข: ทำไมท่านถึงอุ้มผู้หญิงล่ะ

พระ ก: ท่านยังไม่วางผู้หญิงคนนั้นลงอีกเหรอ

Advertisements

About Ninnat Dangniam

นักเรียน, นักเขียน, นักวาด
This entry was posted in Dhamma. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s